Bookku Booking vs Online Store — which to choose?Bookku ระบบจอง vs ร้านออนไลน์ — เลือกตัวไหนดี?

By Lertrak Chakatdechawong · 2026-05-25 · 10 min readอ่าน 10 นาที

Bookku does two things: it runs appointment bookings (from ฿590/mo) and it runs e-commerce online stores (฿1,500/mo flat, 0% commission). For new shop owners, the most common question is: "which one do I actually need?" This decision tree gives you the honest answer in 4 yes/no questions — plus 3 real Thai shop owner scenarios as worked examples.

Short version: if customers buy your TIME (a service slot), start with booking. If customers buy your PRODUCTS (physical goods), start with the online store. If you do both — sell skincare in a clinic, sell apparel in a yoga studio, sell merch in a hotel — run both. There's no upsell here; the platform is the same and the answer depends only on what your customers are actually paying for.

คำถามที่ผมโดนถามบ่อยที่สุดจากเจ้าของร้านที่กำลังจะเริ่มใช้ Bookku คือ —

"ผม/ฉันควรเริ่มที่ระบบจอง หรือร้านออนไลน์ดีครับ/คะ?"

คำตอบจริง ๆ คือ มันขึ้นกับ "สิ่งที่ลูกค้าคุณจ่ายเงินซื้อ" ครับ ไม่ใช่ขึ้นกับว่าธุรกิจของคุณเรียกว่าอะไร

ระบบจอง vs ร้านออนไลน์ — เลือกจากสิ่งที่ลูกค้าจ่ายเงินซื้อ ไม่ใช่ชื่อธุรกิจ

หลักการง่าย ๆ ก่อนเข้า decision tree

ก่อนเข้าคำถาม 4 ข้อ ผมอยากให้คุณจำหลักการง่าย ๆ ก่อน:

ไม่มี catch ครับ Bookku ไม่ได้ขายคุณเป็นแพ็คเกจรวม ผมแค่อยากให้คุณเลือกถูกตั้งแต่วันแรก

คำถาม 4 ข้อ — Decision Tree

ตอบทีละข้อตามลำดับครับ จบข้อไหนก็ข้ามไปข้อที่ระบุเลย ไม่ต้องตอบทุกข้อ

คำถามที่ 1: ลูกค้าหลักของคุณจ่ายเงินซื้ออะไร?
  • (A) เวลาของคุณ (เซสชั่น, นัด, คลาส, ห้องพัก, ชั่วโมงคอร์ท) → ไปข้อ 2
  • (B) สินค้าจับต้องได้ (ส่งของได้) → ข้าม decision tree ตรงไปที่ผลลัพธ์ "ร้านออนไลน์เป็นหลัก"
  • (C) ทั้ง 2 อย่าง — ลูกค้าซื้อทั้งเวลาและสินค้าจากร้านเดียวกัน → ไปข้อ 4
คำถามที่ 2: คุณขายสินค้าที่เกี่ยวข้องด้วยไหม?

(skincare ในคลินิก, เสื้อโยคะในสตูดิโอ, ไม้พาเดลในคลับ, merch ในโรงแรม)

  • (A) ใช่ ขายอยู่ — แต่ผ่านช่องทางอื่น (Shopee/LINE/แชท) → ไปข้อ 3
  • (B) ใช่ ขายอยู่ — ผ่าน LINE OA / DM ของเราเอง → ไปข้อ 3
  • (C) ไม่ ขายแค่บริการ → ไปที่ผลลัพธ์ "ระบบจองเป็นหลัก"
คำถามที่ 3: ยอดขายสินค้า (ที่เกี่ยวข้อง) ตอนนี้ เกิน ฿15,000/เดือนหรือยัง?
  • (A) เกินแล้ว → ผลลัพธ์: "ทั้งคู่" (open ร้านออนไลน์ทันที คุ้มแน่)
  • (B) ใกล้จะถึง / ยังไม่ถึง — แต่เห็นโอกาสโตได้ → ผลลัพธ์: "ทั้งคู่ — เริ่มจองก่อน เปิดร้านออนไลน์ทดลองพร้อมกัน 14 วัน"
  • (C) ต่ำมาก / ยังไม่ขายจริงจัง → ผลลัพธ์: "ระบบจองก่อน ค่อยเพิ่มร้านออนไลน์ตอนยอดสินค้าโตขึ้น"
คำถามที่ 4: คุณเคยมีร้านบน Shopee/Lazada หรือยัง?
  • (A) มี และอยากย้ายลูกค้าออกมา → ผลลัพธ์: "ทั้งคู่ — open ร้านออนไลน์ก่อน ใช้นามบัตรในออเดอร์ Shopee ดึงลูกค้ามาสั่งตรง"
  • (B) ไม่มี / ขายผ่าน LINE/แชท → ผลลัพธ์: "ทั้งคู่ — open พร้อมกัน เริ่มสะสมฐานลูกค้าตั้งแต่วันแรก"

3 ผลลัพธ์ — สรุปแบบสั้น

ตอบ 4 ข้อข้างบนเสร็จ คุณจะตกอยู่ใน 1 ใน 3 ผลลัพธ์นี้ครับ

ผลลัพธ์ A: "ระบบจองเป็นหลัก"

ผลลัพธ์ B: "ร้านออนไลน์เป็นหลัก"

ผลลัพธ์ C: "ทั้งคู่"

เรื่องจริง 3 เรื่อง — เจ้าของร้านจริง 3 คน

ทฤษฎีว่าไปแล้ว ผมขอเล่าเรื่องจริง 3 เรื่องให้ฟังครับ — ทั้ง 3 คนนี้เป็นเจ้าของร้านที่ผมรู้จัก เคยเดินผ่าน decision tree นี้มาแล้วทั้งหมด (ชื่อเป็นชื่อสมมุติเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวนะครับ)

เรื่องจริง 1: คลินิกความงามของพี่หมอแอ

พี่หมอแอเปิดคลินิกความงามเล็ก ๆ ในย่านอารีย์ มีเตียง 2 เตียง บริการหลักคือทรีตเมนต์หน้า (Q1: A — ขายเวลา) นอกจากนี้พี่แอขายเซรั่ม + อาหารเสริมที่หลังเทรียมหน้า ลูกค้าซื้อต่อทาง LINE ประมาณเดือนละ ฿20,000 (Q2: B — ขายอยู่ผ่าน LINE / Q3: A — เกิน ฿15k แล้ว)

ผลลัพธ์: ทั้งคู่ — พี่แอเปิดทั้งระบบจอง + ร้านออนไลน์ตั้งแต่วันแรก ลูกค้าจองทรีตผ่าน /clinic.html ของพี่ และซื้อเซรั่มต่อเองผ่าน yourshop.bookku.co (โดเมนของคลินิก) เดือนแรก พี่แอเก็บ ฿15,000 ค่าทรีต + ฿22,000 ค่าสินค้า รวม ฿37,000 — Bookku คิด ฿590 + ฿1,500 = ฿2,090 (5.6% ของยอดรวม) เทียบกับขายผ่าน Shopee 10% ค่าคอม = ฿2,200 หักจากแค่ฝั่งสินค้าอย่างเดียว

เรื่องจริง 2: แบรนด์เสื้อผ้าออนไลน์ของน้องเมย์

น้องเมย์ขายเสื้อผ้าผู้หญิงสไตล์มินิมอลผ่าน Shopee + Instagram มา 1 ปี ยอดขายเดือนละประมาณ ฿80,000 ไม่ได้รับจองคิวอะไรเลย (Q1: B — ขายสินค้าจับต้องได้)

ผลลัพธ์: ร้านออนไลน์เป็นหลัก — เมย์เปิดร้าน Bookku ที่ shop.maybrand.co.th (โดเมนของตัวเอง) ใส่นามบัตรในออเดอร์ Shopee ดึงลูกค้ามาสั่งตรง 3 เดือนผ่านไป 60% ของออเดอร์ย้ายมาที่ร้านของเธอเอง ประหยัดค่าคอม Shopee 10% × ฿48,000 = ฿4,800/เดือน หัก Bookku ฿1,500 = ประหยัด ฿3,300/เดือน + ได้ข้อมูลลูกค้าทั้งหมด ส่งโปรเอง ออกสินค้าใหม่ตรงถึงลูกค้าได้

เรื่องจริง 3: คลับพาเดลของพี่ตูน

พี่ตูนเปิดคลับพาเดล 4 คอร์ทที่บางนา รับจองคอร์ทรายชั่วโมง + ขายไม้พาเดล/ลูก/ถุงมือ ใน pro-shop เล็ก ๆ หน้าคลับ (Q1: C — ขายทั้งคู่) ยอดขาย pro-shop ตอนนี้ ฿10,000/เดือน ส่วนใหญ่ผ่านการเดินมาซื้อหน้าคลับ ไม่เคยขายออนไลน์ (Q4: B — ไม่มีร้าน online)

ผลลัพธ์: ทั้งคู่ — open พร้อมกัน — พี่ตูนเปิดทั้ง 2 อย่างที่ tooncourt.bookku.co (จองคอร์ท + pro-shop ในร้านเดียวกัน) เดือนแรก ยอดจองคอร์ทเท่าเดิม แต่ pro-shop ขึ้นจาก ฿10,000 → ฿18,000 เพราะลูกค้าเห็นสินค้าตอนจองคอร์ทล่วงหน้า ลูกค้าซื้อไม้/ถุงมือคู่กับการจองคอร์ทไปด้วยเลย

ถ้ายังไม่แน่ใจ — ลองทั้งคู่ในช่วงทดลองฟรี

ผมแนะนำตรงไปตรงมาเลย — ถ้ายังไม่แน่ใจ ลองทั้ง 2 อย่างพร้อมกันในช่วง 14 วันทดลองฟรี

ค่าใช้จ่ายทดลอง = ฿0 (ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต) คุณจะเห็นทันทีว่า:

ไม่ต้องตัดสินใจหนัก ๆ ตอนนี้ครับ ลองดูเอาเลย

สรุปแบบ TL;DR
  • ขายเวลา → ระบบจอง ฿590/mo
  • ขายสินค้า → ร้านออนไลน์ ฿1,500/mo
  • ขายทั้งคู่ → รวม ฿2,090/mo, login เดียว, customer data เป็นของคุณทั้ง 2 ช่องทาง
  • ไม่แน่ใจ → ทดลองทั้งคู่ 14 วัน ค่าใช้จ่าย ฿0

พร้อมเลือกแล้ว?

Start your 14-day free trial →เริ่มทดลองใช้ Bookku ฟรี 14 วัน →

14-day free trial · No credit card · Cancel anytimeทดลองใช้ฟรี 14 วัน · ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต · ยกเลิกได้ทุกเมื่อ

Read nextอ่านต่อ